2005/Oct/12

วันนี้ไปเดินหาหมุดยึดซีดีมา จะเอาไว้ติดซีดีกับหนังสือน่ะ หานานหน่อยก็ได้เจ้านี่มา

เข้าเรื่องเลยละกัน

อุปกรณ์ แผ่นสักหลาด กันกระแทก ขนาด 16 mm 1 pack 20 อัน ราคา 61 บาท จาก homework : Future Park Rangsit

สืบมาแล้วว่าถ้าสมัครบัตรสมาชิกใหม่ ลด 10% ถ้าสมาชิกเก่าลด 3%

สมัครสมาชิกใหม่ต้องรายได้เกิน 15000 ขึ้นไป _ _"

ทดสอบโดยการติดกับกระดาษ A4 80แกรม ธรรมด๊า ธรรมดา ที่คว้าได้แถวๆนั้นมา

แผ่นสักหลาดมีกาวในตัวอยู่แล้ว แต่เท่าที่ดูก็คงไม่ค่อยเหนียวมากเท่าไหร่หรอกมั้ง ติดกับกระดาษอาจจะหลุดเอาได้เหมือนกัน

ว่าแล้วก็ลงเอาแผ่นติดเข้าไปเลยละกัน ก็คว้าได้ Be with You แถวๆนั้นอีกเหมือนกัน มาเป็นแผ่นทดสอบ (มันจะขูดไหมเนี่ย ><!)

ด้วยความที่ขนาดมันคือ 16 mm ก็เลยต้อง "ยัด" ซีดีลงไปนิดหน่อย แต่พอยัดได้แล้วก็จะฟิต พอดี๊พอดีเลยล่ะ


ดูผ่านๆ ก็สวยดีเหมือนกันแหละ (พูดถึงหมุด ไม่ใช่แผ่น ><)

แต่ถ้าดูใกล้แล้วจะเห็นว่าตัวหมุดมันไม่ค่อยเรียบร้อยเท่าไหร่ มีเส้นใยหลุดๆออกมา ดูไม่ค่อยสวยเท่าไหร่ สีก็ไม่ได้ดำสนิทด้วย

แต่เรื่องความหนาที่เกินออกมาก็น่าจะทำให้ไม่หลุดออกมาง่ายๆนัก หน้ากว่าเหรียญ 10 ในรูปนิดหน่อยแน่ะ

ทดสอบด้วยการคว่ำ A4 ลง สบัดๆๆๆ มันก็ยังไม่หลุด นับว่าใช้ได้ (ไม่ได้ห่วงเล้ย ยย ว่าถ้าเกิดมันหลุด dvd จะเป็นยังไง)

pack นึง มี 20 อัน มาแบบนี้แหละ กล่องไม่สวยเลย สู้ 3M ไม่ได้ซักนิด แต่ดั๊นแพงซะเหลือเกิน แต่เอาเถอะ ใช้ได้เป็นพอ

ส่วนแบบเป็นยาง ไม่ได้เอามา เพราะคิดว่ายางมันคงจะไม่นุ่มหรอก มันเป็นยางรองกันกระแทกนี่นา คงจะไม่ยึดหยุ่นขนาดให้ยัดซีดีลงไปได้มั้ง

ราคา 61 บาท ได้ 20 อัน ถ้าทำซีดี 600 แผ่น ใช้ 30 ชุด
คิดเป็นเงิน 1891 บาท (+ ชุดทดลองนี่ด้วย เป็น spare ด้วย) ตกแผ่นละ 3.15

ถ้าได้ลด 3% คิดเป็นเงิน 1836 บาท ตกแผ่นละ 3.06 บาท
ถ้าได้ลด 10%คิดเป็นเงิน 1708 บาท ตกแผ่นละ 2.85 บาท

ถ้าได้เงินเต็มเม็ดเต็มหน่วย 20 บาท คงไม่มีปัญหา เหลือเงินไปทำตรายางสบายๆ เผลอๆ จดโดเมนได้อีกสองสามปี

จบการรีวิวหมุดยึกซีดีหนังสือรุ่น เวอร์ชั่นอัลฟ่า

ขอขอบคุณ

มหาวิทยาลัยรังสิต ที่อุตส่าห์หารถตู้มาไว้ในม.
บริษัท 3M ที่ไม่ได้ช่วยอะไรเล้ย
Homeworkที่มีของเยอะแยะ แต่แพงจัง _ _
AIS เครือข่ายที่แพง เอ๊ย ดีที่สุดของคุณ

และขอขอบคุณเป็นพิเศษให้กับ. ..

คุณศิระ...

... สัจจินานนท์

และท่านพี่ cyberpop รวมถึง exteen

สำหรับพื้นที่ฟรีๆ ณ diaryis และ ณ exteen แห่งนี้

ให้เสียงภาษาไทยโดยอักษะ

ขอได้รับความขอบคุณมา ณ โอกาสนี้

สวัสดี

ปล.ใครมีไอเดียที่ดีกว่านี้แนะนำกันได้นะครับ ขอบคุณครับ

2005/Sep/26

เคยสังเกตคนกันบ้างไหมครับ?

คนในชีวิตประจำวันของเรานี่แหละ

ลองไปสังเกตดูนะครับ แล้วจะค้นพบอะไรหลายๆอย่าง

ที่แปลกคือ สิ่งที่เราค้นพบจากการมองคนอื่น กลับเป็นสิ่งที่มาจากภายในของเรานี่เอง

เคยเห็นจังหวะที่ชายหนุ่มคนนึงมีรอยยิ้มขึ้นมาเมื่อรู้ว่าตัวเองสามารถใช้บัตรสมาชิกลดราคาได้ไหมครับ?

หรือเคยเห็นสีหน้าของเด็กที่อยากจะได้เกมแพดสีสวยๆซักตัวนึงไหม?

ลองมองดูช่วงเวลาที่เพื่อนๆหยอกล้อกันอย่างสบายใจ ไม่มีเรื่องการเมืองมาเกี่ยวข้อง

หาโอกาสฟังเสียงของคนที่ผิดหวัง แต่ยังไม่เสียความเชื่อมั่นไป

หรือฟังการสนทนาระหว่างคนที่สับสนและเหนื่อยในชีวิตของตัวเองที่ต้องดำเนินต่อไป

ลองดูแล้วกันนะ สิ่งที่ค้นพบช่วยเป็นพลังให้เราได้มากเหมือนกัน

2005/Sep/20

เมื่อตะกี้นี่เอง ดูเรื่องเล่าเช้านี้ พูดถึงเรื่องที่นักเรียนออกมาร้องเรียนว่าโดนหลอก ให้เรียน home school แต่มันไม่ใช่ home school จริงๆ หรือยังไงนี่แหละ รายการเค้าก็ให้โทรเข้ามาในรายการ

ทีนี้น้าของเด็กคนนี้ก็โทรเข้ามา จากที่ฟังๆเข้าใจว่าน้าคนนี้เป็นอาจารย์ที่โรงเรียนสวนกุหลาบ แล้วก็เป็นคนฝากให้เด็กคนนี้เข้าเรียน ออกมาพูดอย่างใส่อารมณ์ แล้วก็ไม่ฟังสิ่งที่เขาถามซักเท่าไหร่นัก มุ่งมั่นแต่จะพูดเรื่องเดียวเท่านั้น รวมถึงต่อว่าสื่อ ที่เผยแพร่ข่าวโดยไม่เช็คล่วงหน้า ก่อให้เกิดชื่อเสียต่อโรงเรียน

นั่นน่ะสิ มันเสียชื่อเสียงโรงเรียนยังไงหว่า ในเมื่อข่าวที่ออกมาแทบจะไม่ได้พูดถึงโรงเรียนเลย คู่กรณีเป็นกระทรวงศึกษาธิการกับเด็กซะมากกว่า

ฟังๆไปแล้วอาจารย์นั่นแหละที่ทำให้โรงเรียนดูมีความน่าเชื่อถือน้อยลง เหอๆๆ

ในอีกแง่ก็คือ อาจารย์คนนี้เองก็ไม่สามารถที่จะถอดความหมายที่สื่อต้องการนำเสนอออกมาได้ ทำให้เข้าใจผิดไปว่าโรงเรียนโดนต่อว่า เลยจำเป็นที่จะต้องออกมาปกป้องนั่นเอง

จริงๆแล้วก็ดีอยู่หรอกนะ รักสถาบันนะ แต่การจะปกป้องสถาบันจะต้องทำด้วยสติ ไม่ใช้อารมณ์แบบนี้ ทำแบบนี้ใครเค้าจะเชื่อ

ตอนหลังที่เด็กโทรเข้ามาด้วย แล้วก็ทะเลาะกันออกอากาศยิ่งทำให้รู้สึกไม่ดีเข้าไปใหญ่เลยอ่ะ เด็กเองก็พูดไม่ค่อยดีเท่าไหร่ คุณน้าก็ยิ่งอารมณ์รุนแรงขึ้นไป หึหึ ต้องคอยดูว่าจะเป็นยังไงต่อไป

แล้วไปยุ่งอะไรกับเค้าล่ะเนี่ย??

จบไปหนึ่งเรื่อง เหอๆๆ

ตั้งกะมาเขียนที่ exteen นี่แล้วบรรยากาศไม่เหมือนเดิม เวลาเขียนอะไรก็เขียนไปเลย ไม่รู้สึกว่าต้องโยงเรื่องแต่ละเรื่องให้เข้ากันเท่าไหร่ อยากจบเรื่องก็จบดื้อๆเลย เหอๆๆ แบบนี้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่นะเนี่ย

เรื่องต่อมาคือเรื่องที่ไปเจอกับตัวเอง ไม่มีความหมายอะไรเท่าไหร่ แค่อยากจะเล่าให้ฟัง เป็นความน่ารักของชีวิต ที่รู้สึกว่ามันน่ารักนะ จะมีใครรู้สึกแบบนี้ไหมน้อ?

วันก่อน(หรือเมื่อวาน?) ลงไปซื้ออะไรกินตอนเช้าๆ ร้านข้าวทั้งหลายยังไม่เปิดก็เลยต้องใช้บริการ family mart

ไปเจอเจ้าของร้านข้าวใน family mart กำลังซื้อมาม่าคัพอยู่ เหอๆๆ ขนาดเจ้าของร้านข้าวนะเนี่ย

เค้าบอกว่าถ้ามาม่าขายดี เศรษฐกิจจะแย่ mama index ^^ งั้นเศรษฐกิจส่วนตัวเราเองก็คงย่ำแย่เอามากๆเลยนะเนี่ย หึหึ

วันก่อนๆๆ ไปเดิน it mall เดินด้วยอาการเซ็งๆ เพราะโดนร้านขายของหลอก อุตส่าห์โทรมาถามแล้วว่ามีของไหม ก็บอกว่ามี พอไปถึงร้านกลับไม่มีซะงั้น เลยเดินเล่นๆแก้เซ็งไปเรื่อย

ด้วยความที่ไม่มีจุดมุ่งหมายจะซื้ออะไร เลยเดินดู "คน" ซะมากกว่า หุหุ

ก็เจอคนหลายๆแบบที่น่าสนใจ ทั้งน่ารัก ทั้งน่าชัง

ณ ร้านแห่งหนึ่งไปเจอคนกำลังจะซื้อเว็บแคม ก็บอกคนขายว่าอยากได้แบบชัดๆ คนขายก็เลยหยิบของ genius มาให้อันนึง

กระทาชายนายนั้นก็ตอบขึ้นมาทันทีว่า "ไม่มีที่แพงกว่านี้เหรอ อยากได้ชัดๆน่ะ!"

คนขายก็เลยเปลี่ยนเป้าหมายไปเป็น logitech ราคา 3 พันนิดๆ

"เฮ้ย ย ย ไม่ชัดหรอก ไม่เอา logitech ได้ม่ะ ไม่ชัดเลย"

คนขายก็เลยถามว่า "ที่พี่เคยใช้เป็นแบบไหน"

"แบบ 7 พันกว่ามันยังไม่ชัดเลยเนี่ย แล้วจะเอาอะไร"

ตอนนั้นในใจก็คิดไปเองว่า ไม่ใช่ลืมหมุนปรับโฟกัสเหรอน่ะ เพราะปกติกล้องเว็บแคมพวกนี้จะไม่ auto focus หรอก ต้องหมุนหน้ากล้องเอาเอง + กับคิดว่า ถ้ามีเงินขนาด 7-8 พัน ไปซื้อกล้อง dv กับการ์ดไฟร์ไวร์มาต่อเลยดีกว่ามะ? ชัดแน่ กินแสงเยอะกว่าด้วย ซูมได้อีกต่างหาก

แต่ทว่าคนขายของเรายังไม่ยอมเลิกราครับ ยังอธิบายต่อไปว่า..

"มันแล้วแต่เครื่องด้วยพี่ ถ้าเครื่องพี่สเป็คสูงเกินไป ซื้อของแพงๆไปใช้มันก็ไม่เข้ากัน ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน" คนขายพูดด้วยเสียงอารมณ์เสียหน่อยๆ ฮ่าๆๆ

ไม่รู้ว่าคนขายจงใจพูดแบบนั้น หรือว่าไม่รู้จริงๆก็ไม่รู้นะ แต่ตอนนั้นคือทนไม่ได้ ต้องออกจากร้านนั้นมาโดยไว ก่อนที่จะได้ยินอะไรไปกว่านี้ เหอๆๆ

นอกนั้นก็เจอน่ารักๆหลายราย ตั้งแต่คนที่สะดุดอะไรซักอย่างหน้าบันไดเลื่อน แล้วก็ทำหน้าเขินๆ ได้น่ารักมากๆเลย หุหุ

ไม่รู้บาปกรรมตามทันหรือไรก็ไม่ทราบ วันต่อมาข้าพเจ้าก็สะดุดหน้าบันไดเลื่อนเหมือนกัน

และนี่ก็เป็นวันที่เหมือนจะว่างอีกวัน ไม่ทำงานทำการ ไปเดินดูชีวิตคนอื่นซะงั้น!

เรื่องต่อมา ก็คือเรื่อง Love is เอ๊ย ไม่ใช่ เรื่อง diary is ต่างหาก

ถึงจะไม่ใช่ diaryhub ก็เถอะ แต่ในความรู้สึกแล้ว มันคือ diaryhub แห่งเดิมซะมากกว่าไดฮับที่อยู่ตอนนี้ซะอีก หึหึ

แต่! ไม่ได้กลับไปเขียนที่ไดอีสหรอก เสียใจด้วยทุกท่าน

เพราะยังไม่ได้ invitation น่ะ! ไม่ใช่อะไรหรอก

เรื่องต่อไป ! และเรื่องสุดท้ายของวันนี้ก็คือเรื่องเรียนทั้งหลายแหล่ ที่ตอนนี้ก็ใกล้สอบกันเหลือเกิน อีกแค่สองอาทิตย์เท่านั้นเอง นี่ขนาดว่าสอบช้ากว่าชาวบ้านเค้าแล้วนะเนี่ย

ตอนนี้ก็ปิดคอร์สกันไปเกือบหมดแล้ว เหลือแต่งานใหญ่ประจำวิชาทั้งหลายแหล่เท่านั้น อันได้แก่รายงานสุดเว่อร์ของ art ตามมาด้วย project อลังการณ์ของ eng และปิดท้ายกันด้วยอะไรซักอย่างที่ยังอยู่ใน pandora box แห่ง env

ส่วนวิชาตัวในอย่าง ทฤษฎีสื่อสาร ก็ปิดคอร์สไปอย่างสวยงาม ไม่มีงานอะไรให้ทำ รู้คะแนนเก็บเรียบร้อย

ต่อมาคือ วิชาการเขียน ก็มีงานนิดหน่อย ไม่เท่าไหร่หรอก แล้วก็เตรียมตัวสอบเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ก็คงต้องฝึกลายมือหน่อย เหอะๆ

ปิดท้ายกันด้วยวิชาการพูด ที่เมื่อวานมีการพรีเซนท์ประวัติตัวเอง ที่โดนด่าแหลก สับเละ เลยล่ะ! แม้แต่คนที่เตรียมสื่อมาก็ยังโดนสับเละในเรื่องโสตด้วย เหอะๆ ตายกันเป็นแถบๆ

คาดว่าวิชานี้จะตกต่ำที่สุดในทุกๆวิชาที่มี

จบจริงๆแล้วครับ อัพอะไรมาก็ไม่รู้เหมือนกัน งงๆอยู่ เหอๆๆ


edit @ 2005/09/20 08:51:40